5 ขั้นตอน การเตรียมความพร้อมก่อนการลงทุน

5 ขั้นตอน การเตรียมความพร้อมก่อนการลงทุน การลงทุน คือการนำเอาทรัพย์สินหรือเงินออมที่มีอยู่ ไปดำเนินการในทางการเงินหรือธุรกิจทางการเงิน เพื่อให้ได้รับผลตอบแทนกลับคืนมา โดยการลงทุนดังกล่าวต้องอาศัยการวางแผนทางทางการเงินและการบริหารงานด้านการเงินที่ดี เพราะผู้ลงทุนจะต้องเผชิญกับความเสี่ยง ทั้งความเสี่ยงในการตัดสินใจลงทุนและความเสี่ยงกับสภาพแวดล้อมต่าง ๆ

ดังนั้นสิ่งที่สำคัญก่อนการลงทุนคือ การเตรียมความพร้อมก่อนการเริ่มลงทุน ซึ่งการเตรียมความพร้อมก่อนการลงทุนถือเป็นการวางแผน เพื่อลดความเสี่ยงในความผิดพลาดของการลงทุนที่จะเกิดขึ้นในทุกรูปแบบ และในวันนี้เราได้รวบรวม 5 ขั้นตอนการเตรียมความพร้อมก่อนการลงทุนมาฝากผู้ที่กำลังตัดสินใจที่จะลงทุนกันค่ะ ว่าแต่ขั้นตอนการเตรียมความพร้อมจะมีขั้นตอนไหนบ้าง ตามไปดูพร้อมกันเลยค่ะ!!

5 ขั้นตอน การเตรียมความพร้อมก่อนการลงทุน

การลงทุน (Investments)

คือ การที่เรานำเอาทรัพย์สินหรือเงินออมที่มีอยู่ ไปดำเนินการในทางที่ก่อให้เกิดประโยชน์ เพื่อให้ได้ผลตอบแทนกลับคืนมาในอนาคต โดยเราเชื่อว่าเงินสดหรือผลตอบแทนส่วนเพิ่มที่จะได้รับกลับคืนมานั้น จะสามารถชดเชยระยะเวลา อัตราเงินเฟ้อ และความเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการลงทุนได้อย่างคุ้มค่า

5 ขั้นตอน การเตรียมความพร้อมก่อนการลงทุน

ขั้นตอนเตรียมความพร้อมก่อนการลงทุน

1. เป้าหมายการลงทุน

การที่เราจะลงทุนในธุรกิจแบบไหนก็ตาม เราควรตั้งเป้าหมายในการลงทุนก่อนว่า การลงทุนในครั้งนี้มีเป้าหมายการลงทุนแบบไหน จะลงทุนระยะสั้นหรือลงทุนระยะยาว ซึ่งทั้งสองวิธีมีเป้าหมายและผลลัพธ์ต่างกันอย่างสิ้นเชิง การเล่นหุ้นสั้นมีเป้าหมายเพื่อให้ได้เงินเร็ว ๆ ได้กระแสเงินสด (Cash-Flow) จุดเด่นของการเทรด คือ ได้เงินทันทีได้เงินเร็ว

ส่วนการลงทุนระยะยาวคือ การเลือกหุ้นพื้นฐานดีมีปันผล แล้วถือระยะยาว มีเป้าหมายเพื่อสร้างความมั่งคั่งหรือที่เราเข้าใจกันว่าเป็นวิธี “วางเงินให้ทำงาน” นั่นเอง ผู้ลงทุนควรเข้าใจการลงทุนทั้งสองวิธี ทั้งลงทุนระยะสั้นและระยะยาว เพื่อที่จะแบ่งสัดส่วนของเงินลงทุนให้เป็นไปตามเป้าหมาย คือ มีเงินส่วนนึงที่วางเพื่อรวย และมีเงินอีกส่วนนึงที่ให้กระแสเงินสดอย่างต่อเนื่อง

2. การวางแผนการลงทุน

ลงทุนแบบเงินก้อน : วิธีนี้ เราจะเก็บเงินสะสมไว้เป็นก้อน เพื่อรอจังหวะเวลาเข้าซื้อสินทรัพย์เป้าหมาย เมื่อราคาสินทรัพย์นั้นอยู่ในช่วงที่เราตั้งเป้าหมายไว้ เช่น เราได้ทำการวิเคราะห์หุ้นตัวหนึ่งไว้ ว่าหากราคาตกลงมาอยู่ในช่วงราคาที่เหมาะสมแล้ว ก็ทำการเข้าซื้อด้วยเงินก้อนหนึ่ง แล้วปล่อยทิ้งไว้เพื่อให้มูลค่าเติบโต

ลงทุนทีละส่วนแบบสม่ำเสมอ : วิธีนี้ เราจะไม่สนใจราคาของสินทรัพย์ แต่จะทำการซื้อเฉลี่ยกันไปสม่ำเสมอ อาจจะทุก ๆ เดือน หรือทุก ๆ ปีก็ได้ แต่เป็นการซื้อที่สม่ำเสมอ เพื่อเฉลี่ยราคา โดยสินทรัพย์ที่จะซื้อนั้น ต้องมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในระยะยาว ไม่ใช่สินทรัพย์ที่ราคาขึ้นลงตามวัฏจักร

ลงทุนแบบยืดหยุ่น : วิธีนี้ จะเป็นการผสมผสานระหว่างสองวิธีแรก โดยอาจจะเข้าซื้อเมื่อได้ราคาตามเป้าหมาย โดยใช้เงินก้อน แต่ไม่ทุ่มไปทั้งหมด เผื่อไว้ว่า หากราคาลดต่ำลงมาอีก ก็จะเข้าซื้อเฉลี่ยไปเรื่อย ๆ ก็จะได้ราคาเฉลี่ย ที่ต่ำกว่าตอนแรก

3. จัดพอร์ตการลงทุน

พอร์ตการลงทุนของเรานั้น อาจจะมีสินทรัพย์มากกว่า 1 ตัวก็ได้ และเราสามารถแบ่งพอร์ตการลงทุนตามเป้าหมายที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น เช่น พอร์ตการลงทุน เพื่อเพิ่มมูลค่าเงินต้น และพอร์ตการลงทุน เพื่อสร้างกระแสเงินสด

พอร์ตการลงทุนเพื่อสร้างกระแสเงินสด จะเป็นพอร์ตที่มีความเคลื่อนไหวน้อย เราจะไม่ค่อยซื้อ ๆขาย ๆ สินทรัพย์ในพอร์ตนี้มากนัก จะเน้นซื้อเข้าเป็นหลัก เพื่อสร้างรายได้ที่มากขึ้นเรื่อย ๆ นอกจากว่าจะมีปัจจัยที่ทำให้สินทรัพย์นั้น สูญเสียความสามารถในการสร้างรายได้ หรือสร้างกระแสเงินสดได้น้อยลง ก็พิจารณาขายทิ้ง เพื่อนำไปลงทุนในสินทรัพย์ตัวใหม่ เป็นต้น

ส่วนพอร์ตการลงทุนเพื่อเพิ่มมูลค่านั้น ก็อาจจะเป็นรอบ ๆ ตามสินทรัพย์แต่ละตัว เช่น เมื่อถึงราคาเป้าหมายที่จะขาย ก็ขายทำกำไร เงินที่ได้ ก็นำกลับมาลงทุนใหม่ ถ้ามีสินทรัพย์ที่เข้าข่าย หรือถ้าไม่มี ก็พิจารณานำไปใส่ไว้ในพอร์ตการลงทุนเพื่อสร้างกระแสเงินสดได้

5 ขั้นตอน การเตรียมความพร้อมก่อนการลงทุน

4. ติดตาม ประเมินผลการลงทุนสม่ำเสมอ

การเฝ้าติดตามการลงทุน และประเมินผลการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้เราเข้าใจธรรมชาติของสินทรัพย์นั้น ๆ มากขึ้น อีกทั้งยังลดความเสี่ยง หากเกิดสัญญาณที่ไม่ดี ก็จะได้วางแผนปรับพอร์ตการลงทุนต่อไป ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสินทรัพย์ที่เราลงทุน เช่น อสังหาริมทรัพย์

อาจพิจารณาดูทุก ๆ 3 ปี หรือ 5 ปี เพื่อประเมินทำเล และศักยภาพในการเก็บค่าเช่า หรือหุ้น ก็อาจพิจารณาทุก ๆ ไตรมาส เพื่อศึกษางบการเงิน ดูผลประกอบการ ว่ายังเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้หรือไม่ มีเหตุการณ์ที่กระทบกับธุรกิจนั้น ๆ เกิดขึ้น และมีผลในระยะยาวไหม เป็นต้น

5. วางแผนออกจากการลงทุน

ทุก ๆ การลงทุน ควรจะมีแผนสำรอง ว่าหากการลงทุนไม่เป็นไปตามคาด เราจะวางแผนออกจากการลงทุนนั้น หรือขายสินทรัพย์นั้น อย่างไร หรือหากการลงทุนนั้น เป็นไปตามเป้าหมาย เราจะขายเมื่อไหร่ เช่น ขายหุ้นเมื่อได้กำไร 20% หรือขายเมื่อหมดรอบวัฏจักร์ขาขึ้น หรือวางแผนรีไฟแนนซ์อสังหาริมทรัพย์เมื่อครบ 3 ปี เพื่อนำเงินส่วนต่างไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์หลังใหม่เพิ่ม หรือวางแผนขายทิ้งเมื่อลงทุนได้ 5 ปี เพื่อนำไปซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ขึ้น เป็นต้น

และทั้งหมดนี้คือขั้นตอนการวางแผนก่อนการลงทุน ที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ค่ะ ซึ่งการวางแผนก่อนการลงทุน ถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการเริ่มลงทุนไม่ว่าจะลงทุนในรูปแบบไหนก็ตาม เพราะหากเราทำการลงทุนโดยไม่มีแผน การลงทุนก็อาจเสี่ยงต่อการผิดพลาด และทำให้ธุรกิจที่ลงทุนไม่มีประสิทธิภาพ

นอกจากนั้นการวางแผนในการลงทุนยังทำให้เราเข้าใจในการบริหารงานด้านการเงิน การเพิ่มโอกาสกางการเงิน แล้วยังจะทำให้เรามีอิสรภาพทางการเงินอีกด้วย สำหรับใครที่กำลังสนใจการลงทุน หวังว่าข้อมูลข้างต้น จะเป็นประโยชน์ในการเลือกและวางแผนการลงทุนในครั้งนี้นะคะ

แนะนำ 5 สูตรอาหารเกาหลี ที่ทำตามอยู่บ้านได้ง่าย ๆ ในยุคปัจจุบันซีรีส์เกาหลีถือว่าได้รับความนิยมในประเทศไทยอย่างมาก ๆ ซึ่งนั่นทำให้วัฒนธรรมต่าง ๆ ของประเทศเกาหลีก็เข้ามามีบทบาทในบ้านเรามากขึ้นตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องสำอางค์ อาหารการกิน เป็นต้น และก็ปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ ว่าเวลาที่เราดูซีรีส์เกาหลีครั้งใด จำเป็นจะต้องอยากกินอาหารตามที่พระเอกนางเอกกินซะเหลือเกิน

อ่านบทความเพิ่มเติม ได้ที่ : รวม 5 เมนู “ไข่” อาหารสุดเทพสำหรับนักกีฬา